| ยุง (mosquito) จัดอยู่ในสัตว์จำพวกแมลง มี 6 ขา ลำตัวเป็นปล้อง มีปีก 1 คู่ อีก 1 คู่หดหายไป หรืออาจเหลือเป็นปุ่มอยู่ติดหลังปีก ใช้เป็นประโยชน์ในการทรงตัวหรือบิน ยุงมีระยะการเจริญเติบโต แบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มจากระยะไข่ - ลูกน้ำ - ตัวโม่ง - ตัวเต็มวัย นิสัยของยุงแตกต่างจากแมลงชนิดอื่นๆ บางประการ ยุงตัวผู้และยุงตัวเมียจะมีจำนวนเท่าๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วตัวผู้จะออกจากลูกน้ำก่อน หลังจากตัวเมียออกจากลูกน้ำไม่นานก็จะผสมพันธุ์กันได้ นับเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์ได้ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อเทียบกับอายุขัย ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดกินเลือด ตัวเมียจะบินได้ไกลและมีชีวิตยาวกว่าตัวผู้ ความสามารถในการบินของยุงมีลักษณะเฉพาะของยุงแต่ละชนิด มีความสำคัญในแง่ระบาดวิทยาและการป้องกันโรค เช่น ยุงลายจะไม่บินไกลมักอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ส่วนยุงก้นปล่อง และยุงรำคาญ จะบินได้ไกล พบว่ายุงก้นปล่องบางชนิดบินได้ไกล 10-20 กม. นอกจากนี้ยังมีบางชนิดสามารถบินไกลถึง 32 กม. หรือไกลกว่านั้นการกินเลือดของยุงแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะ เช่น บางชนิดกินเลือดวัว ควาย ม้า และสัตว์เลี้ยงต่างๆ บางชนิดกินเลือดคน เวลาที่ออกหากินก็ไม่เหมือนกัน บ้างก็ออกหากินเวลากลางคืน บ้างก็ออกหากินเวลากลางวัน โดยทั่วไปวงจรชีวิตของยุงมีระยะเวลาประมาณ 1 - 2 เดือน แต่บางขณะหากสภาพภูมิอากาศไม่อำนวย ชีวิตของยุงก็อาจจะสั้นเข้ามาอีกตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ยุงและการนำโรค
(1) ยุงลาย เป็นที่ทราบกันดีว่ายุงลายเป็นตัวการสำคัญในการนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ยุงลายชอบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน กล่าวคือบริเวณรอบๆ บ้าน หรือภายในบ้านแหล่งเพาะพันธุ์ได้แก่ ภาชนะที่มีน้ำขังค่อนข้างสะอาด เช่น ตุ่มน้ำ ถังซีเมนต์ใส่น้ำอาบ น้ำรองขาตู้กับข้าว ยางรถยนต์เก่าๆ กระป๋อง เป็นต้นช่วงเวลาที่ยุงลายชอบออกหากินที่สุดคือช่วงเช้าเวลาประมาณ 9.00 - 11.00 น. และช่วงบ่ายประมาณ 14.00 - 16.00 น. (2) ยุงรำคาญ เป็นพาหะนำโรคไข้สมองอักเสบ บางชนิดเป็นตัวการนำโรคไข้เหลืองและโรคเท้าช้าง อย่างไรก็ตามพบว่าบางชนิดไม่ได้นำโรคอะไรเลยนอกจากทำความรำคาญเนื่องจากเมื่อกัดจะทำให้คันได้มาก บางคนอาจมีอาการแพ้เกิดเป็นแผลพุพองได้ แหล่งเพาะพันธุ์ได้แก่ ตามแหล่งน้ำเน่า ตามท้องทุ่งนา หรือทุ่งหญ้าที่มีน้ำขัง ช่วงเวลาที่ชอบออกหากินที่สุดคือช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่พลบค่ำจนประมาณตีสอง แล้วจะค่อยๆ ลดจำนวนลงเมื่อเริ่มสว่าง จัดเป็นสัตว์นักท่องราตรีจำพวกหนึ่ง (3) ยุงก้นปล่อง เป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย ในประเทศไทยพบว่ามี 4 ชนิดแต่ละชนิดมีแหล่งเพาะพันธุ์ที่แตกต่างกัน ชนิดที่ 1 เพาะพันธุ์ตามลำธารที่มีน้ำใสสะอาดเอื่อยๆ มีหญ้าขึ้นตามขอบและมีแสงแดดส่องถึงจะไม่เพาะพันธ์ในแหล่งน้ำนิ่ง หรือไหลแรงๆ ชอบอยู่ตามเชิงเขา ในตอนกลางวันจะบินมาเกาะพักตามบ้านเรือนบริเวณมืดๆ ชอบดูดกินเลือดคน ชนิดที่ 2เพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำตื้น มีร่มเงา เช่นปลักตมของสัตว์ รองเท้าส้ตว์ และแหล่งน้ำชั่วคราวที่มีน้ำใส มีใบไม้แห้ง ขอบอยู่ตามเขา และป่าเชิงเขากัดคนตอนกลางคืนตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่มและมากที่สุดหลังเที่ยงคืน สำหรับชนิดที่ 3 เพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำกร่อยที่รับแสงแดดมาก ๆ และมีสาหร่ายทะเล ส่วนชนิดที่ 4 พวกนี้เพาะพันธุ์ตามน้ำพุ น้ำซึม น้ำซับ และลำธารเล็กๆ ที่มีแสงแดดส่องถึงบ้างและเกาะพักตามพุ่มไม้เตี้ยๆ โรคมาลาเรียจัดเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยและประเทศในเขตโซนร้อน (4) ยุงเสือ นำโรคเท้าช้าง โดยจะไข่ในแหล่งน้ำที่มีพืชลอยอยู่ ได้แก่ พวกจอก จอกหูหนู ผักตบชวา รวมทั้งแหล่งนำที่มีหญ้าบางชนิดขึ้นอยู่ พบมากทางจังหวัดในภาคใต้ เช่น จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส และจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย - พม่า เช่น แม่ฮ่องสอน ตากกาญจนบุรี เพชรบุรี และระนอง 
วิธีการป้องกันและการกำจัดยุง (1) การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมควรทำความสะอาดและทำลายเศษภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กระป๋อง ขวด กะลา หรือภาชนะอื่นไดที่สามารถกักเก็บน้ำได้ ตุ่มน้ำควรมีฝาปิดถมพื้นดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้หมด ทำทางระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ ที่ลุ่มชายทะเลจัดให้มีคูคลองเป็นตาข่ายเพื่อให้น้ำทะเลขึ้นถึงจะได้ชะล้างแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหรือเพื่อให้ปลาชนิดกินลูกน้ำเข้ามาถึงได้ กำจัดหญ้าที่ปกคลุม ขอบทางระบายน้ำเพราะเป็นแหล่งหลบซ่อนของลูกน้ำ ควรใช้คราดหรือจอบชักลากเอาจอกแหน และผักตบชวาทิ้งให้หมด ควรจัดโครงการเก็บทำลาย สิ่งปฏิกูลต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำเน่า ควรติดมุ้งลวดตามบ้านเรือน อาคารโรงนอน เพื่อป้องกันยุง (2) การใช้สารเคมีในการป้องกันและการกำจัด 2.1 ใส่ทรายอะเบตในถังคอนกรีต ตุ่มเก็บน้ำอาบ หรือใต้ถุนอาคารสถานที่ทำงาน และบ้านพักที่มีแหล่งน้ำขังและไม่สามารถระบายน้ำ หรือถมได้ 2.2 ภายในอาคารสถานที่ทำงาน หรือภายในบ้านพัก สามารถใช้เคมีชนิดฉีดพ่นกำจัดแมลงที่มีขายอยู่ทั่วไปฉีดพ่นกำจัดได้ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง 2.3 ในหน่วยงานทั่วไป หากเกินขีดความสามารถของหน่วย อาจขอรับการสนับสนุนการฉีดพ่นเคมีสารกำจัดแมลงจากศูนย์มาลาเรีย หน่วยมาลาเรีย หรือส่วนมาลาเรียของสาธารณสุขในพื้นที่ได้ทุกแห่ง ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ |